ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

GPSDD

ตำแหน่ง Port OBD2 อยู่ตรงไหน? วิธีหาช่องเสียบ GPS ในรถ ฉบับเข้าใจง่าย (รุ่น GDD400 / GDDT08L)

ถ้าคุณกำลังจะติด GPS ติดตามรถแบบ เสียบพอร์ต OBD2 คำถามแรกที่เจอเกือบทุกคนคือ “ตำแหน่ง port OBD2 ของรถเราอยู่ตรงไหน?” ข่าวดีคือช่อง OBD2 เป็นช่องมาตรฐานที่รถยนต์เกือบทุกคันตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมามีติดมาให้จากโรงงานอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ ใต้พวงมาลัย หาเจอได้ในไม่กี่วินาที บทความนี้จะพาไล่ดูตำแหน่งที่พบบ่อย วิธีหาด้วยตัวเอง 3 แบบ และวิธีเสียบ GPS OBD2 ให้ถูกต้อง เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะติดรุ่น GDD400 และ GDDT08L โดยเฉพาะ

OBD2 คืออะไร ทำไม GPS ยุคใหม่ถึงเลือกใช้ช่องนี้

OBD2 (On-Board Diagnostics ระบบวินิจฉัยรถรุ่นที่ 2) คือช่องเสียบมาตรฐานสากลรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มี 16 ขา ที่ผู้ผลิตรถยนต์ทุกยี่ห้อกำหนดให้ต้องมีติดรถมาให้ เดิมทีช่างใช้ช่องนี้เสียบเครื่องอ่านโค้ดเช็กอาการรถ แต่จุดเด่นคือช่องนี้ มีไฟเลี้ยงตลอดเวลา GPS ติดตามรถยุคใหม่จึงออกแบบให้เสียบเข้าช่อง OBD2 ได้เลย ไม่ต้องเดินสายไฟ ไม่ต้องตัดต่อสาย ไม่ต้องเข้าอู่ เสียบเองที่บ้านได้ภายในหนึ่งนาที นี่คือเหตุผลที่รุ่น GDD400 และ GDDT08L ถึงเป็นที่นิยม เพราะติดง่ายและถอดย้ายไปรถคันอื่นที่มีช่อง OBD2 ได้

ตำแหน่ง port OBD2 อยู่ตรงไหนในรถ (จุดที่พบบ่อยที่สุด)

กว่า 90% ของรถยนต์นั่งและรถกระบะ ช่อง OBD2 จะอยู่ใน รัศมีระยะเอื้อมมือจากเบาะคนขับ ลองมองหาตามจุดเหล่านี้ตามลำดับ:

  • ใต้พวงมาลัย ฝั่งขวา เหนือหัวเข่าคนขับ (จุดที่พบบ่อยที่สุด) บางคันมีฝาพลาสติกเล็ก ๆ ปิดไว้ ให้ลองง้างเบา ๆ
  • ใกล้ที่ดึงเปิดฝากระโปรงหน้า มักอยู่ติดกันในโซนเดียวกัน
  • ข้าง ๆ หรือใต้กล่องฟิวส์ ฝั่งคนขับ
  • เหนือแป้นคันเร่ง/เบรก เยื้องขึ้นไปด้านบน
  • บางรุ่นซ่อนอยู่ ใต้คอนโซลกลาง ใกล้ที่วางแก้ว หรือหลังฝาปิดเล็ก ๆ ข้างคอพวงมาลัย

เคล็ดลับง่าย ๆ คือลองก้มมองใต้พวงมาลัยตอนกลางวันหรือเปิดไฟส่อง มองหาช่องเหลี่ยมมี 16 รู ถ้าเจอช่องหน้าตาแบบนี้ นั่นแหละคือ port OBD2 ของรถคุณ

วิธีหา port OBD2 ด้วยตัวเอง 3 วิธี

1. ก้มมองใต้พวงมาลัยด้วยตาเปล่า

วิธีเร็วสุด นั่งที่เบาะคนขับแล้วก้มมองใต้พวงมาลัยฝั่งขวา มองหาช่องเหลี่ยมสี่เหลี่ยมคางหมูมี 16 ขา ส่วนใหญ่เจอในไม่กี่วินาที

2. เปิดคู่มือรถ

คู่มือประจำรถ (เล่มในช่องเก็บของหน้ารถ) มักระบุตำแหน่ง “OBD-II Connector” หรือ “ช่องวินิจฉัย” ไว้พร้อมรูป ลองเปิดหาในสารบัญ

3. เสิร์ช Google แท็บ “รูปภาพ” (แนะนำมากที่สุด)

วิธีที่ชัวร์ที่สุดสำหรับรถรุ่นเรา ให้เปิด Google เลือกแท็บ “รูปภาพ” แล้วพิมพ์คำว่า ตำแหน่ง port OBD2 + ยี่ห้อและรุ่นรถ ของคุณ เช่น “ตำแหน่ง OBD2 Toyota Yaris” หรือ “OBD2 port location Isuzu D-Max” จะเห็นภาพจุดจริงของรถรุ่นนั้นชัดเจน ไม่ต้องเดา

ตำแหน่ง OBD2 ตามยี่ห้อรถยอดฮิต (ตารางอ้างอิงเบื้องต้น)

ตารางนี้เป็นตำแหน่ง “ที่พบบ่อย” เท่านั้น อาจต่างกันได้ตามปีและรุ่นย่อย แนะนำให้ยืนยันอีกครั้งด้วยการเสิร์ช Google รูปภาพตามวิธีที่ 3

ยี่ห้อรถ ตำแหน่งที่พบบ่อย
Toyota / Lexus ใต้พวงมาลัยฝั่งขวา ใกล้ที่เปิดฝากระโปรง
Honda ใต้พวงมาลัยฝั่งขวา เหนือหัวเข่าคนขับ
Isuzu / MU-X ใต้พวงมาลัย ใกล้กล่องฟิวส์ฝั่งคนขับ
Mitsubishi ใต้พวงมาลัย เยื้องซ้ายของคอพวงมาลัย
Nissan ใต้พวงมาลัยฝั่งขวา ใกล้แผงคอนโซล
Mazda ใต้พวงมาลัยฝั่งซ้าย ใกล้คอนโซลกลาง
Ford / Ranger ใต้พวงมาลัย ใกล้กล่องฟิวส์

เสียบ GPS OBD2 ยังไงให้ถูก (ง่ายมาก 3 ขั้น)

  1. หาพอร์ต OBD2 ในรถ ตามวิธีด้านบน (ส่วนใหญ่อยู่ใต้พวงมาลัย)
  2. เสียบตัว GPS เข้าไปจนสุด ให้แน่น ไม่ต้องต่อสายไฟหรือใช้เครื่องมือใด ๆ
  3. เสร็จ! เปิดแอปดูตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์จากมือถือได้ทันที พร้อมย้อนดูเส้นทางที่ผ่านมา

GDD400 กับ GDDT08L ต่างกันยังไง เลือกรุ่นไหนดี

ทั้งสองรุ่นเป็น GPS แบบเสียบพอร์ต OBD2 ติดเองได้ ไม่ต้องเดินสาย ดูตำแหน่งเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง และย้อนประวัติเส้นทางย้อนหลังได้ถึง 90 วันพร้อม Street View 360° จุดต่างหลัก ๆ มีดังนี้

คุณสมบัติ GDD400 GDDT08L
รองรับคลื่น 4G 4G + 2G
วิธีติดตั้ง เสียบ OBD2 ไม่ต้องเดินสาย เสียบ OBD2 เองใน ~1 นาที
ดูเรียลไทม์ / ย้อนเส้นทาง ได้ 24 ชม. / ย้อนหลัง 90 วัน ได้ 24 ชม. / ย้อนหลัง 90 วัน + Street View 360°
แจ้งเตือน ความเร็ว, เข้า-ออกพื้นที่, ถูกถอด, หลุดการเชื่อมต่อ แจ้งเตือนผ่านแอป GPSDD
แบตสำรองในตัว มี (150 mAh)

สรุปง่าย ๆ ถ้าอยู่ในเขตเมืองที่สัญญาณ 4G ครอบคลุมดี GDD400 ตอบโจทย์ครบ ส่วน GDDT08L จะได้เปรียบเรื่องรองรับทั้ง 4G และ 2G เผื่อพื้นที่สัญญาณบาง และมีแบตสำรองในตัว

เหมาะกับใคร

GPS OBD2 ทั้งสองรุ่นเหมาะกับคนที่อยากได้ความอุ่นใจแบบติดเองง่าย ๆ เช่น เจ้าของรถที่อยากรู้ตำแหน่งรถตลอดเวลา กันรถหาย พ่อแม่ที่อยากดูแลลูกวัยเริ่มขับรถ เจ้าของธุรกิจที่มีรถส่งของหลายคันอยากดูเส้นทางย้อนหลัง หรือใครก็ตามที่ไม่อยากเสียเวลาเข้าอู่เดินสายไฟ ขอแค่รถมีช่อง OBD2 (รถส่วนใหญ่ตั้งแต่ปี 2000 ขึ้นไป) ก็เสียบใช้ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รถของฉันมีช่อง OBD2 ไหม?

รถยนต์นั่งและรถกระบะส่วนใหญ่ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมามีช่อง OBD2 ติดมาจากโรงงาน หากไม่แน่ใจ ลองเสิร์ช Google รูปภาพ “ตำแหน่ง OBD2 + รุ่นรถ” หรือทักไลน์มาให้ทีมงานช่วยเช็กรุ่นรถให้ได้

เสียบ GPS แล้วรถเสียไหม จะไปกวนระบบรถหรือเปล่า?

ไม่กวนครับ ตัว GPS OBD2 ออกแบบมาให้เสียบใช้ร่วมกับช่องมาตรฐานได้อย่างปลอดภัย ทำหน้าที่รับไฟเลี้ยงและส่งตำแหน่งเท่านั้น ถอดออกเมื่อไหร่รถก็กลับมาปกติ

ติดตั้งยากไหม ต้องเข้าอู่หรือเปล่า?

ไม่ต้องเข้าอู่ ไม่ต้องเดินสายไฟ แค่หาช่อง OBD2 แล้วเสียบตัวเครื่องเข้าไปจนสุด ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีก็ใช้งานได้เลย

ถอดไปใช้กับรถคันอื่นได้ไหม?

ได้ เพราะเป็นแบบเสียบพอร์ต OBD2 สามารถถอดย้ายไปเสียบรถคันอื่นที่มีช่อง OBD2 ได้

ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มไหม เลือกรุ่นไหนดี?

รายละเอียดแพ็กเกจ การใช้งาน และการเลือกรุ่นให้เหมาะกับรถของคุณ สอบถามทีมงานได้ทางไลน์ เดี๋ยวช่วยแนะนำให้ครบ

สรุป

การหา ตำแหน่ง port OBD2 ไม่ยากอย่างที่คิด ส่วนใหญ่อยู่ใต้พวงมาลัยฝั่งขวา ก้มมองหรือเสิร์ช Google รูปภาพก็เจอ พอเจอแล้วก็แค่เสียบตัว GPS อย่าง GDD400 หรือ GDDT08L เข้าไป ก็ดูตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ได้ทันที ติดเอง ง่าย ไม่ต้องเข้าอู่

สนใจ GPS ติดตามรถแบบเสียบ OBD2 หรืออยากให้ช่วยเช็กว่ารุ่นรถของคุณเสียบใช้ได้ไหม ทักไลน์มาได้เลย 👉 LINE: @tracker